ลงใต้ๆๆ ไม่ได้เที่ยวนานแล้ว~~
posted on 03 Apr 2008 23:13 by nuckyzuu in REDก่อนอื่น
ซาวีดัด พ่อแม่พี่น้องชาวโลกทั้งหลาย
ข้าเจ้าได้ไปเที่ยวบ้านเกิด(ของพ่อ)มา
ก็ลงไปเยี่ยมญาติด้วยแหละ จริงๆ ก็ไม่เชิงว่าเที่ยวเท่าไหร่ แต่เน้นกินเป็นเรื่องหลัก
เหอๆๆๆๆๆๆ (กลับมาน้ำหนักมันขึ้น แง๊ง อุตส่าห์หายไปหลายโลก่อนลง ส่วนเหตุผลที่มันลดลง
ก็เหมือนเดิม ...... รู้กันเฉพาะคนซาหนิด)
ว่าแล้ว จาบรรยายพร้อมรูปไปด้วยละกัน
ก็ออกเดินทางตอน 6 โมงครึ่งได้ ด้วยรถไฟ
แบบว่าตอนแรกพ่อจองตั๋วไปด้วยรถสปินเตอร์ แต่เนื่องจากว่า ไอ้ข่าวตัวเรือดบุกอ่ะ
เลยต้องรีบไปเปลี่ยน ก็ได้ชั้น 2 ตู้นอนมา แต่ นอนบนกันหมด พ่อแม่และลูกลูก
จาบอกว่า กรูคิดผิดที่ใส่กางเกงขายาว แมร๊ง ร้อนชิบหาย(ขออภัยที่หยาบ แต่มันร้อนแบบ ม่ายหวายๆ)
คือตู้นอนแบบแอร์กี่+พัดลม แม่เจ้า ตู้เหล็กอีกต่างหาก กลางคืนมันก็คลายความร้อนของตอนกลางวัน
โอ้วววววววว นอนบน ม่านมีให้ปิด ม๊ายยยยยย เดี๊ยนไม่ปิด
ไม่ใช่ว่าเปิดเผยหรอก ร้อนเฟ้ย (ฮึ๊ย) ให้พัดลมส่ายมาโดน
พอตื่นมาตอนเช้า ค่อยยังชั่ว ที่ไม่ค่อยร้อนแล้ว แต่
รู้สึกแย่ชะมัด เพราะอากาศร้อน+ต่างที่ ทำให้ หลับไม่ลง
นอนแล้ว หลับตาแล้ว ไม่หลับ พลิกตัวแล้ว พลิกตัวอีก ก็ม่ายหลับ
เออ หมั่นไส้ตัวเอง เอา XXXHolic มาอ่านเลย พออ่านจบไปเล่ม เมื่อย ไม่อ่านละ
นอน แต่ก็ไม่หลับ เลยเป็นว่า เปิดมือถือ นอนหลับตาไปเรื่อยๆ พอถึงสถานีไหนก็เอาขึ้นมาดู
คือมือถือเรามันจาบอกว่าได้รับสัญญาณของที่ไหนๆไง
คิดดูไม่มีอะไรจะทำจนแบบ เฮ้อออออออออออออ
ประทับใจจริงๆ แต่เดี๋ยว.......นี่แค่เรื่องแรก ยังมีอีกเยอะแยะตาแป๊ะเป็ด
พอตื่นเช้า เค้าก็มาเก็บที่นอน โอ้ววววววววว สวรรค์
ธรรมชาติ กลิ่นธรรมชาติ shizen no nioi ที่หาไม่ได้ในเมือง และไม่ได้สัมผัสมาน๊านนาน
ด้วยความที่บรรยากาศดี เลยโดนถ่ายแช๊ะเข้าให้
ผมสะบัดพริ้ววววววววว ป๊าว ลมมันตี แรงมาก เหม่งออก กร๊ากกกกกกกกกกกกกก
ก็พอไปถึง ณ ชุมทางทุ่งสง ก็ลง ญาติๆ ก็มารับ
พอไปถึงบ้านป้า คือ รู้อยู่แล้วละว่าเค้ารับลิงมาเลี้ยง
แต่พอไปถึงเห็น อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ไม่บรรยาย ดูเอาเอง
เห็นครั้งแรกแล้วแบบ แอร๊ย~~~~~~~~
น่ารักน่ากอด
ชื่อน้องปาน เป็นลิงเพศผู้คั๊บผม
ซนเป็นลิงจริงๆ(ก็ลิงอยู่แล้วหนิ เหอๆๆๆๆ)
คือแบบหลายคนมาเห็นแบบนี้คงมีคนที่คิดแบบ เอามาขังหรือมาเลี้ยงไว้ทำไม
น่าจะปล่อยให้มันไปอยู่กับธรรมชาติ
คือ ความจริงก็อยากปล่อยมันไปแหละ แต่
ลิงตัวนี้มันเกิดมาก็ถูกคนเลี้ยงมาตั้งแต่เกิดเลย ฉะนั้น ถ้ามันเข้าป่า
มันก็จะอยู่ตัวคนเดียว เพราะผิดกลิ่น ไม่มีตัวไหนให้เข้าฝูงแน่ๆ
เผลอๆ โดนรุมกัด รุมทำร้ายด้วย นี่คือสาเหตุที่ปู่เดี๊ยนไม่อยากปล่อยมันไป
พอมันเห็นพ่อนะ ร้องเรียกใหญ่เลย พ่อชอบไปแหย่มัน ไปแกล้งมัน จนมันมีอาการให้เห็น 2 อย่าง
1. เลี้ยงจะให้มาเล่นกัน
2. กลัวแล้วก็หนีไม่กล้าเข้าใกล้
เห็นแล้วก็ เออ ให้มันได้อย่างนี้เซ่ะ 55555555555555555+
พอเดินเข้าไปในบ้านป้า ก็ไปเจ๊อะแมวตัวนึง
อ้วนกลม อ้วนกลม ขาว(ไม่ล้วน)อวบ 555555555+ แบบว่าน่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก
แต่
แมวบ้าไรฟ่ะ โหดชิบ กลับมาได้ของฝากจากมันด้วย
อิอิ มันข่วน เราหลบ ไม่พ้น โดนตรงปลายนิ้วกลาง เลือด ไม่ซิบ
กระจาย กระฉูด แมร่ง ไอ้แมวเวร กรูเจ็บ (ขออภัยที่หยาบอีกครั้ง แต่มันเจ็บจริงๆนะ TT^TT)
แมวเพศเมีย จำชื่อไม่ได้ แต่ตอนแรกที่เห็นนึกว่าท้อง ป๊าว อ้วน อ้วนเพราะฉีดยาคุม
คือแบบพอเห็นเรา เราก็เข้าไปเล่นกะมัน มันก็จะนอนหงายให้ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ชอบให้ใครมาจับที่ท้องมันนะ
พอรู้แกว มันจะฟัด ไอ้เราก็มันมือ 5555555555+ ฟัดกันนัว
พอไปถึงไม่ทันได้หายเหนื่อก็ออกไปกินติ่มซำ+น้ำชากาแฟ ของที่นู้นเค้าขึ้นชื่อ
อิ่มเสะก็กลับมาที่บ้านป้าก่อน ก็ขนของเข้าบ้าน สักพักอาขับรถจากตรังมา
ก็ลากกานออกไปกินขนมจีนน้ำยา กินเสะ ก็ไปน้ำตกกัน
ไปที่น้ำตกหนานปลิว แบบว่าชาวบ้านหรือคนมาเที่ยวก็จะขี่มอไซค์หรือขับปิ๊กอัพขึ้นเขาตรงที่ไม่สูงมาก
แล้วก็เล่นน้ำ แต่ว่า คือนั่งปิ๊กอัพแล้วนั่งด้านหน้า พ่อกะอาก็นั่งตรงหน้าสุด อาขับพ่อนั่งข้าง
หนทางขึ้นเขาแบบว่า ถ้าเอารถเก๋งมา ตายสนิทได้เลย ชันมว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
แถมด้านหลังกระบะก็มีญาติๆ และน้องสาวเดี๊ยนนั่งอยู่ แดดยามบ่ายเปรี้ยงๆ แบบนั้นเลย เหอๆๆ
แต่ว่าพอไปถึง โอ้ว ช่างคุ้มค่ากับการขึ้นมาสูงๆ รู้สึกว่าเกือบจะเป็นต้นน้ำแล้วด้วย
ต้องขึ้นไปอีกหน่อย แต่ว่า ลองเดินๆ ไปดูถนนแบบแซมปู้ก่อน แม่เจ้า
มีทางอยู่หรอก แต่หินตรึม แถมชันสุดยอด เลยเออ ตรงนี้แหละน่าจาดีแล้ว
ก็เดินๆไปตรงน้ำแบบระวังเพราะหินมีทั้งสูง และหินในน้ำ มันมีตะไคร่ ทำให้ลื่นปื๊ด
แต่ว่าน้ำใส๊ใส
ไปทั้งที ต้องถ่ายรูปตัวเองเก็บไว้หน่อย เป็นที่ระทึก
อันนี้อย่าเข้าจายผิดว่าถ่ายกะแฟน 55555555555+ น้องสาวของข้าเจ้าเอง
จะบอกว่า น้ำเย็นมว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
คือ เราไม่ได้ลงเล่นแบบเต็มๆ ตัว แต่แค่นั่งหย่อนเท้าลงแช่น้ำ ก็แบบ
เย็น ช่ำ จริงๆ
คือ ก็คิดกลัวๆ นะ แบบ ถ้าเกิดลงเล่น คงมีสิทธิเป็นตะคริวแน่
นั่งเล่นไปแช่เท้าไป ถ่ายรูปให้พ่อกะน้องไป หันไปข้างหลัง
ก็ไปเจ๊อะกับ...............
เดี๊ยนเรียกมันว่า หมาภูเขา ทำไมอ่ะหรอ ก็เพราะ มันอยู่บนภูเขานี้แน่ๆ
แถมเสียดายที่ไม่ได้ติดเอาของกินมาด้วย ไม่งั้นก็คงแบ่งให้มัน
ก็แหม ดูหน้าตามันสิ น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก (ถ้าไม่เกรงใจพ่อกะแม่ จะจับมันยัดใส่กาเป๋ามาเลี้ยงที่กรุงเทพแล้ว ชิ)
แต่ว่าเห็นผีเสื้อลายที่ปีกสวยมาก แต่ถ่ายไม่ทัน มันบินหนีไปซะก่อน
เจอแมลงปอปีกสีดำ ตัวเลื่อมเขียว สวยมาก แต่ก็เหมือนผีเสื้อเช่นกัน เหอๆๆๆ
แต่ก็เจอแมง หรือแมลงทับนะ แบบ เขียวสวยจริงๆ
แล้วก็เจอผีเสื้ออีกตัวมาเกาะที่รองเท้าญาติคนนึง
ถึงเวลาใกล้3 โมงก็เริ่มเคลื่อนย้าย ก็หันไปเจอหมาภูเขาเจ้าเก่า มันแค่นอนเฉยๆแหละ
แต่แบบ กว่าจาถ่ายช๊อตที่มันหลับตาได้แทบหมดความอดทน
ก็ตอนกลับ ความรู้สึกเสียวยิ่งกว่าขามา แบบที่บอกว่าถนนมันชั๊นชัน แล้วขามาคือต้องปีนขึ้น
แต่นี้ต้องลง แบบ เห็นถนนลาดลงไปแล้วแบบ เสียวว้อยยยยยยย(ขนาดไม่ได้นั่งตรงกระบะข้างหลังนะ)
ดูในภาพยังไม่ค่อยชันมาก ต้องไปเห็นของจริง แบบคนกลัวความสูงอาจกลัวได้ เหอๆๆๆ
พอออกไปถึงถนนใหญ่ ก็เออ คิดว่ากลับบ้านป้า ป่าว
พ่อให้อาขับรถหาร้านข้าวไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้เกรงใจคนนั่งกะบะด้านหลังเล๊ย
สงสารน้องกะญาติๆ แบบนั่งตรงกะบะด้านหลัง ท่ามกลางแดดยามบ่าย โอ้วววว
ร้อนได้ที่จริงๆ แถม เจอถนนตรงส่วนที่ไม่ดี เหอๆๆๆ ก้นก็ระบมไปตามๆ กัน -*-
พอถึงร้านที่จะกินข้าวกัน ก็พูดกะน้องว่าเออ เด๋วสลับที่กัน
ให้มันไปนั่งด้านหน้าในรถ แล้วเด๋วเดี๊ยนนั่งตรงกะบะ
คุยกะน้องไปมา เลยมีเรื่องประทับใจเกิดขึ้นอีกเรื่อง
คือตอนที่รถขับออกมาจากน้ำตก น้องหมาภูเขาอ่ะ
มันวิ่งตามมานะ วิ่งตามรถมาตลอดทาง จากน้ำตก จนถึงถนนใหญ่ก็ประมาณ
10 20 โลได้ แถม เป็นทางชันด้วย มันวิ่งตามมาอ่ะ จนถึงถนนใหญ่ มันถึงหยุดไล่ตามแล้วมองรถตาละห้อย
แล้วก็หันหลังกลับไปที่ๆ ของมันตามเดิม
แบบได้ยินแล้ว โอ๊ยยยยยยยย กรูอยากได้หมาตัวนี้จังเลยยยยยยยยยยยยยยยย
น้องก็อยากได้เหมือนกัน แต่ แม่แพ้ขนสัตว์ เฮ้อออออออออออ เซ็ง
พอกินกันเสะ ก็ไปต่อ
ไปจุดชมวิวเขาเหมน
คือนั่งกะบะ อยู่ด้านหลัง ตอนนั้นแดดก็มีแต่ไม่ค่อยแรง แต่มันก็คือมีอ่ะ แบบ หมวก ผ้าเช็ดตัวของน้องเอามาปิด
กันดำ อุตส่าห์ขุดให้ขาวขึ้นมาได้หน่อยแล้ว เด๋วหายไปหมด
ก็พอเข้าถนนเข้าไป ก็อาศัยถามชาวบ้านว่าไปทางไหน
แบบว่า งง จุดชมวิวมันต้องอยู่บนเขา แล้วทางมันต้องสูงขึ้นๆ ชิมิ
แต่นี่แบบ เฮ้ย ทำไมทางมันมีแต่ลง ลง และก็ลง แล้วถนน ก็เป้นลูกรัง ดินแดงๆอ่ะ
ญาติๆ ก็บ่น นี่เหรอที่ที่ท่องเที่ยงเค้าจัดไว้ให้ ถนนยังเป็นดินแดงอยู่เลย
พอไปถึง มารู้ว่า เข้าทางผิด เหอๆๆๆๆ
มันมีทางที่ใกล้กว่านี้ แต่แบบว่า ป้ายมันบอกว่า เหมือนกับว่าเป็นรีสอร์ท
ก็คิดว่าไม่ใช่ แต่ไปๆมาๆ จุดชมวิวกะรีสอร์ตก็ที่เดียวกันละหว๊า
แต่บรรยากาศดีมาก เห็นแล้วคิดว่าตัวเองไม่ได้อยู่ภาคใต้ นึกว่าอยู่แถบภาคอีสานบนภูเขาอ่ะ
(ใครวะ หน้าเหียกสุดยอด เหอๆๆๆ อันนี้น้องถ่ายให้)
พอเดินชมวิวกันจุใจแล้วก็เตรียมตัวกลับบ้าน น้องสาว(อีกแล้ว)ก็มาแช๊ะเข้าให้ตอนเผลอๆ นี่คือสภาพหลังจาก
ผจญกับแดด และฝุ่นนะเจ้าคะ
เหอๆๆๆ หน้าเซ็งแบบสุดๆ อารมณ์ตอนนั้นปามานว่า กรูอยากกลับบ้าน มันเริ่มง่วงไง ก็ไม่ได้นอนตอนมา
พอกลับมาถึงบ้านป้า ก็นั่งๆ ดูทีวีอยู่ เหมือนมีไรมาอยู่ข้างๆ
หันไป ชะอุ๊ย น้องหมา
น้องเค้าชื่อ ศรีนวลคะ เป็นเพศเมีย
แบบว่า บ้านป้านี้ สัตว์เยอะมว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
หมาพันธุ์เดียวกับน้องศรีนวล(รวมน้องเค้าไปด้วย) 3 ตัว
ตัวเล็กๆ พันธุ์ไรจำไม่ได้ แต่น่ารัก 3 ตัว
วัว 4 หรือ 5 ตัวได้
แมว 1
ไก่ 7 หรือ 8 ตัวได้
นก นับไม่ถ้วน
ลิง 1 ตัว
แบบว่า เยอะจริงๆ อีเก็ตแทบไม่ว่างทั้งวัน วิ่งไปเล่นกะตัวนู้นที ตัวนี้ที เหอๆๆๆ
ยกเว้นวัว ดูมันหยิ่งๆ ไงไม่รู้ กัวมันขวิดด้วย เหอๆๆๆๆ
ตอนนอน แอบมีเรื่องคะ
คือตอนแรกน้องกับเดี๊ยนจะนอนให้ห้องของป้า แต่ด้วยความที่ว่าฝุ่นเยอะ แล้วนอนก็คันจมูกเลยต้องออกมานอนกะแม่และพ่อข้างนอก
เราก็นอนคนเดียวเปล่าเปลี่ยวเอกา 555555555555+
แต่พอนอนไปยังไม่ทันได้หลับสักพัก รีบลุกแล้วเดินไปนอนตรงที่ข้างๆที่ของพ่อทันที
คือแม่ปูฟูกไว้ก็จริง แต่มันได้แค่ 2 ที่ ไอ้เราก็คิด เอาว่ะ กะพื้นแข็งก็ช่าง
นอนยังไงก็คงหลับบ้างละวะ ก็จริง หลับไม่หลับบ้างไปตามสภาพ
สงสัยละสิ ว่าทำไม มีเตียงนุ่มๆ ให้นอนสบายๆ ทำไมไม่นอน คือแบบว่า
ห้องที่ปิดไฟมืดๆ แต่เปิดประตูไว้เพราะมันร้อน
หลับตาจานอน รู้สึกเหมือนมีคนมอง คือบ้านเป็นบ้านชั้นเดียว ก็เลยใส่แว่นมองดูหน้าต่าง มีไผแอบมองอ่ะป่าว
ก็ม่ายมี ก็ล้มตัวจาหลับต่อ คราวนี้ความรู้สึกมัน ชัดเลย ชัดมาก
ว่าโดนมอง แต่ไม่ถึงกับจ้อง แล้วมันมีความรู้สึกที่บอกได้ว่า ย่ามา เหอๆๆๆ อีนี้ รีบลุกขึ้นเอาหมอนผ้าห่ม
ออกมานอนข้างนอกกะพ่อแม่น้องทันที นอนไม่ได้จริงๆ กลัว เหอๆๆ
พอวันถัดมาก็ตื่นแต่เช้า ไปบ้านญาติอีกคนเพื่อทำพิธีต่ออายุ
เพราะที่มาใต้ก็เพื่อทำการนี้ด้วย แบบว่า พ่อแม่ ลุงป้าอา แบบว่า ดูดวงเป็นแบบตัวเลข
แล้วบอกว่าปีนี้ลูกหลานตกเลข0หมด ความหมายก็คือ
เคยเห็นกราฟชีวิตม๊ะ เหมือนแบบนั้น แต่ลองคิดถึงเส้นกราฟที่มันขีดตกลงมาถึงที่ต่ำสุดอ่ะ
นั่นแหละ ความหมายคือ มีเคราะห์จนถึงตาย เลยมาทำพิธีต่ออายุกันกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตระกูลนับถือ
แล้วไปถึงก็เจอแมวน้อยตัวนึง น่ารักมาก พอเกาคอ นวดคอ เกาคาง เคลิ้มมันหมดทุกท่วงท่า
จะบอกว่าไปคราวนี้ดีจริงๆ ได้ครอบครูแล้ว ท่านที่ทำให้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ 1 ในเชื่อพระวงศ์
ก็นับถืออยู่ด้วย เกี่ยวกับศิลปะการแสดงนี่แหละ ท่านครอบครูให้เลย ตื้นตันมากๆ เจ้าคะ
หลังจากเสร็จพิธีกันก็ไปที่ตัวเมือง ไปวัดที่ท่านจตุคาม และท่านรามเทพประดิษฐานอยู่
ผู้ใหญ่เค้าไปหาซื้อของสำคัญกัน เราก็ไปๆ เดินๆ ดูๆ เสร็จก็กลับบ้าน
อาบน้ำ กินชา(?) นอน
ตื่นมา ก็ได้ไปที่ที่อยากไป นั่นก็คือ........แต่นแตนแต๊นนนนนนนนนน
ป่าช้า
555555555555+ ที่ไปนี่ ก็ไปเพื่อไปเยี่ยมโกฐิที่ใส่กระดูกของย่าไว้
นานมากแล้วที่ไม่ได้ไปหา 4-5ปีได้แล้วมั้ง
แล้วบรรยากาศในวัดไม่ได้วังเวงนะ คือเงียบก็จริงแต่ไม่น่ากลัวเลย
พอออกจากวัดก็ตรงไปที่ตรังกัน ไปกินข้าวร้านท๋องนาท่าม(คือออกเสียงแบบคนใต้ แต่ถ้าแบบคนกรุงก็
ท่องนาท้าม)ร้านนี้เวลาที่องค์โสมฯเสด็จมาตรัง จะต้องมาที่ร้านนี้ทุกครั้ง
แล้วก็อร่อยจริงๆ โดยเฉพาะ กบทอดขมิ้น แหะๆๆๆ (พูดแล้วน้ำลายสอ)
รสชาติเหมือนเนื้อไก่มากๆ
ญาติๆ พ่อ แม่ น้อง+ข้าเจ้า ลงมือกันเต็มที่ เหอๆๆๆ
พอกินกันเสร็จก็ไปที่บ่อน้ำพุร้อน จำชื่อไม่ได้ แต่ว่า ก็โอเคนะ
บรรยากาศดี เสียอยู่อย่างเดียว แดดเที่ยง เปรี้ยงปร้างสุดยอด
พอเดินชมรอบที่เที่ยว ก็เข้าตรงจุดพัก อากาศร้อนๆ ก็ต้องนึกถึงอะไรเย็นๆ พอสายตาเห็นปุ๊บ
รีบเข้าไปหาทันที
คิดดูแล้วกัน แดดเที่ยงเปรี้ยงๆ กับเสื้อดำ โอ้โห้ ร้อนบรรลัย
พอตอนกลับ ไอ้เราก็แบบเออ แม่งจะเจอรถไฟแบบเก่าป่าวว๊ะ
รถไฟมาตอน 3 ทุ่มครึ่งได้ รู้สึกดี ว่าขากลับ หรูหน่อย
ตู้แอร์ ก็นอนบน 2 นอนล่าง 2 สรุป เดี๊ยนนอนบนเหมือนเดิม
จะบอกว่าเจอเรื่องประทับใจเข้าอีกแล้ววววววววววววววววว
แต่ ไม่ขอเล่าในนี้ละกัน ไว้ใครเจอตัว ก็ทวงถามเอานะ เด๋วจาเล่าให้ฟัง
แต่แบบว่า แค้นใจตัวเอง
ขาไป ใส่กางเกงขายาว แต่ตู้แอร์กี่+พัดลม ร้อนจนต้องถลกขากางเกงขึ้น
ขากลับ ตู้แอร์ หรูหรา แต่ ขาสามส่วน ตอนแรกก็เย็นดีหรอก แต่ไปๆ มาๆ
หนาว หนาวขาเค๊อะ กรรมจริงๆ
แต่ยังดีหน่อย คงเพราะเหนื่อย+อากาศเย็น เลยพอจะนอนได้บ้าง
แต่ก็นอนน้อยเหมือนเดิม หลับตอน 5 ทุ่มครึ่งได้ ตื่น6โมง อืมๆๆๆ
พอรถไปถึงหัวหินหรือชะอำประมานนี่ ก็เห้นเป็นทุ่งหญ้าโล่งกว้าง สวยดีจังเลย
5555555555555555555555+ ไม่ใช่น้องฟายนะ แต่สีเขียวมันทำให้สดชื่น 5555555555+
พอถึงบ้าน เฮ้ออออออออออออ รู้สึกดีนะที่ได้ไปเที่ยวแต่แบบ รู้สึกแย่อยู่เรื่องนึง
แย่มากๆ ด้วย
คือตั้งแต่ไปเที่ยว 28 -1 ที่กลับถึงบ้าน
ข้าเจ้าไม่ได้ถ่ายเลย
เซ็ง+รู้สึกแย่มว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
แบบคงเพราะต่างที่ด้วยละมั้ง นี่ถ้าไปอยู่เมืองนอกเมืองนา คงลำบากน่าดู
ได้ท้องผูกเป็นเดือนแน่เดี๊ยน
เหอๆๆๆ
เออ แต่พอกลับบ้านใช่ว่าจะได้พัก พ่อแม่ ลากลูกทั้ง 2 พาตะลุยเมืองกรุงต่อ เหอๆๆๆ
เหนื่อยจริงๆ เมื่อวานก็ไปเยี่ยมญาติคนนึงแถวร่มเกล้า
แล้วไม่รู้จาทำไรเซ็งๆ เลยถ่ายรูปไว้
รู้สึกว่าเป็นภาพที่ดีที่สุดที่ถ่ายในเดือนนี้ เหอๆๆๆ(เป้นคนที่ถ่ายรูปแล้ว รูปเสียเยอะกว่ารูปดี เหอๆๆ กรรม)
พอนั่งรถขึ้นทางด่วน ไปเห็นชื่อตึกอยู่ตึกนึง แล้วแบบ ขำอยู่ในใจ แล้วรีบคว้ากล้องมาถ่ายไว้
ท่านเห็นเหมือนเรามั๊ย แล้วท่านจาคิดเหมือนเรามั๊ย
เราคิดถึง 2 อย่างในทันใด
1. S = Sakurai Sho / M = Matsumoto Jun
2. SM ในความหมาย .......................
(เป็นที่รู้กันนะเจ๊อะ 555555555555555+)
เอาละอัพมาพอสะใจแล้ว ก็ไว้เจอกันเมื่อมีเรื่องมาอัพนะเจ๊อะ
พี่น้องทั้งหลาย
บะบรุ้ย จุ๊ฟๆ

เห็นแล้วอยากไปปเที่ยวมั่ง
ไม่ได้ไปไหนเลย อยากไปเล่นน้ำตก TT^TT
แฮมไม่ได้น่งรถไฟไปเที่ยวนานแล้วนะเนี่ย นั่งแต่รถไฟฟ้า (กร๊ากส์)
#1 By ◘ :.ryo-13.: ◘ ♀ mode : ร้อนนนนน ♀ on 2008-04-04 08:16