Remembrance of ABLAZE

posted on 04 Aug 2008 23:33 by nuckyzuu  in ABLAZE
~~ABLAZE~~
ABLAZE มีอยู่หลายความหมาย
ในภาษาไทย (อะเบลซ) adj. ไหม้,กำลังไหม้, สว่าง, เจิดจ้า, ตื่นเต้น, กระหาย, ต้องการมาก, อยาก
ในภาษาอังกฤษ (adj.) burning strongly with a lot of flames, Very bright or colorful, feeling or showing strong emotion, On fire
คำๆ นี้ มีคนที่อยู่ในหลายๆ วงการ นำไปใช้เป็นชื่อกลุ่มของตัวเอง
แต่ว่า ถึงแม้ชื่อจะเหมือนกัน แต่ความเป็นตัวตน และ สิ่งที่เป็นตัวบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของแต่ละกลุ่ม
ย่อมไม่เหมือนกันแน่นอน
ในที่นี้ ที่จะกล่าวถึง ก็คือ
**ABLAZE cover as ARASHI**
ในตอนนี้ ชื่อ อาราชิ คงมีหลายคนรู้จัก มีทั้งที่คอยติดตามผลงาน แฟนคลับ คนที่ชื่นชมแต่ไม่ได้ติดตาม คนที่รู้จักชื่อ แต่ไม่เคยเห็นหน้า และคนที่รู้แค่ว่า เป็นแค่นักร้องญี่ปุ่น
อาราชิ คือวงบอยแบนด์แห่งค่ายจอนนี่จูเนียร์ของญี่ปุ่น มีชื่อเสียงระดับเอเชีย และใกล้จะครบรอบ 10 ปีของการเป็น"อาราชิ" แล้ว ทุกวันนี้ถ้าใครได้ติดตามผลงาน และคอยตามข่าวคราวของหนุ่มๆ ทั้ง 5 ก็คงทราบกันเป็นอย่างดี ว่าทำไม พวกเค้าถึงอยู่กันมาได้นานขนาดนี้ โดยที่ไม่เคยทะเลาะกันเลย
ด้วยความที่ชื่นชม ชื่นชอบ ศรัทธา(น่าจะเรียกถึงขั้นนี้ได้แล้ว) รัก ในวงๆ นี้
ทำให้มีคนกลุ่มๆ หนึ่ง กล้าที่จะเสี่ยงทำคัฟเวอร์ โดยที่ไม่รู้เรื่อง หรือ รู้ซึ้งถึงคำว่า คัฟเวอร์
Cover คือ การลอกเลียนแบบ ความหมายนัยทางนี้คือ การลอกเลียนแบบท่าเต้น โซน ความเป็นศิลปิน+บุคลิกของคนคนนั้น การเอนเตอร์เทน ทุกอย่าง ให้เหมือนวงที่เป็นต้นแบบเวลาอยู่บนเวที
--เมื่อปี 2005--
ในบอร์ดสตอเบอรี่แก๊งค์ หรือ บอร์ดเมนหลัก อาราชิ ได้มีพี่น้องคู่หนึ่งไปโพสกระทู้ไว้ ว่า รับสมัครคนคัฟเวอร์อาราชิ ซึ่งในขณะนั้น มีแต่คัฟเวอร์คัตตุน และ นิวส์ที่เยอะมาก แต่อาราชิ.....ไม่มี
ด้วยความที่ว่า ชอบแกะท่าเต้นไว้เต้นเพื่อสุขภาพเองแล้ว แกะท่าเพลง Top Secret โซโล่ของโอจังในคอนอิซ่ะ 2004 แล้ว อยากจะใช้ เลยตัดสินใจ โทรไปหา เพื่อเสนอตัว
หลังจากนั้น Hammu กับเพื่อนอีกคนได้โทรไปสมัคร แล้วก็นัดวันที่จะพบหน้าแล้วคุยกัน
ทั้ง 5 คน เริ่มต้นจากการเป็นแฟนคลับอาราชิ แต่ไม่รู้จักกันมาก่อน
28 สิงหาคม 2005 เป็นวันที่ได้เห็นหน้ากันเป็นครั้งแรก ตอนนั้นมีการโอนถ่ายตำแหน่ง สลับเพื่อความเหมาะสม
สรุปลงตัวที่
Nucky_Zuu = Sakurai Sho / Matsusaki Ume(Juunin) = Ninomiya Kazunari
Matsusaki_in_Law = Aiba Masaki / Zazie = Matsumoto Jun
และ น้องที่ชื่อว่า ปลา = Ohno Satoshi
แต่วันนั้นยังไม่มีชื่อวง เราจึงไปหาชื่อ โดยที่ต้นสังกัดในตอนนั้น ให้ชื่อวงตัวหน้าตรงกับชื่อศิลปินกลุ่มนั้น
และด้วยความที่เป็นหัวหน้าวง(แบบจำใจ) จึงค้นมาหลายๆ ชื่อ
12 กันยายน 2005 เป็นวันที่ได้ชื่อวงมา นั่นก็คือ ABLAZE เป็นคำในหลายๆ คำ ที่ทุกคน พร้อมใจกันชี้มาที่คำนี้คำเดียว
หลังจากนั้น ก็เริ่มวางแผน แกะท่าเต้น นัดซ้อม สถานที่ซ้อม และที่กำเนิดวง นั่นก็คือ สวนเบญฯ ข้างๆ เอ็มโพเรี่ยม หลังเลิกเรียนทุกคนก็จะไปซ้อมกันที่นั้น
แรกๆ รู้สึกอาย เขินในสายตาที่มองมาของคนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้น แต่ว่า ในเมื่อเราจะเต้นให้คนอื่นดู ถ้าเจอแค่นี้ยังอาย ก็ไม่ต้องไปเต้นแล้ว ทำให้พวกเราฝึกที่จะกล้าแสดงออกกัน
แต่จริงๆ แล้ววันที่สมาชิกลงตัว จำไม่ได้ แต่รู้ว่า อยู่ในช่วงเดือนตุลา ผลก็เป็นตามนี้
Nucky_Zuu = Sakurai Sho / Matsusaki Ume(Juunin) = Ninomiya Kazunari
Matsusaki_in_Law = Aiba Masaki / Zazie = Matsumoto Jun และ Ham-mu = Ohno Satoshi
ในที่สุด วันแรกก็มาถึง วันเดบิวท์ ของ ABLAZE 20 พฤศจิกายน 2005
ในวันนั้น ยังจำความรู้สึกได้ไม่เคยลืม ว่าตื่นเต้นขนาดไหน ความผิดพลาดในการแสดงมีมากขนาดไหน
คำชมที่มีให้ และคำติ ด่า ว่า หลังจากวันงานนั้น มากขนาดไหน ไม่เคยลืมเลย

หลายๆ คน เป็นธรรมดาที่อยากได้ยินคำชมมากกว่าคำติ แต่วงเรานี่ แปลกสุดๆ คำชม ไม่ต้องการ
ขอคำติ อย่างเดียว เพราะเชื่อว่า มันไม่มีหรอก คำว่า Perfect
แต่พอได้เจอคำติจริงๆ แทบร้องไห้นะ เพิ่งจะรู้ซึ้งว่า คัฟเวอร์ ทำไมมันยากจัง
และที่สำคัญ ทำไมทำให้เป็นเหมือนอาราชิ ได้ยากขนาดนี้
ถ้าเป็นคนอื่น คงคิดเลิก แล้วไปทำอย่างอื่น
แต่เราไม่
เพราะใจที่รักอาราชิ รักความเป็นอาราชิ รักความเป็นตัวเองของเมมเบอร์อาราชิ
และในตอนนั้นชื่อเสียงของอาราชิก็พอมี แต่ไม่บูม ทำให้ เราต้องการที่จะประชาสัมพันธ์ให้อาราชิ
โดยที่ไม่ต้องการเงินทอง หรือ ชื่อเสียง
แ่ต่ขอแค่อย่างเดียวนั่นก็คือ ทำให้อาราชิเป็นที่รู้จักมากขึ้น โชว์ออกไปว่าพวกเค้ามีดีที่ตรงไหน ทำไมเราถึงได้รัก
เพราะคนเรา หล่อ หน้าตาดีอย่างเดียว อาจจะกินตังค์ใครๆ ได้หลายคน แต่กับเรา
ถ้าแค่หน้าตาดี ไม่มีทางกินเงินเราได้ เพราะอะไรน่ะเหรอ
เพราะอาราชิ หน้าตาดี หล่อ น่ารัก เท่ บ้า เพี้ยน รั่ว เล่นในสิ่งที่ไม่ห่วงเลยว่ามันจะทำให้ความดูดีของตัวเองหายไป
ฮา ความสามารถเยอะมาก เก่ง จริงใจ จริงจังกับงานทุกชิ้น มีความเป็นผู้ใหญ่และเด็กในตัวคนๆ เดียว และแสดงออกมาได้อย่างมีเสน่ห์ รู้จักการวางตัว เอนเตอร์เทนเป็นที่ 1
มันยังมีอีกหลายอย่าง ที่บรรยายออกมาได้ไม่หมดจริงๆ
อาราชิ สามารถทำให้เราติดอยู่กับเค้าได้เกิน 1 ปี พวกเค้าสามารถทำให้คนขี้เบื่ออย่างเรา ติดอยู่กับเค้าได้นานๆ
และงานนี้ทำให้เราเรียนรู้ได้อีกอย่างก็คือ ต่อจากนี้ พวกเราคงทำคัฟเวอร์แบบเล่นๆ ไม่ได้แล้ว เพราะมีเสียงเรียกร้องเยอะพอๆ กับเสียงติ เราไม่ใส่ใจกับเสียงติ หรือคนที่ไม่ชอบพวกเรา เราก็เลยตั้งใจที่จะแสดงออกมาให้ดีที่สุด เพื่อคนที่ชื่นชอบในการคัฟเวอร์ ของพวกเรา เท่านั้น
11 และ 24 ธันวาคม 2005 ออดิชั่นงานๆ นึง แล้วได้โอกาสให้ออฯอีกเป็นครั้งที่สอง ในตอนนั้นก็ยังได้รับคำติอยู่เหมือนเดิม
แต่พวกเราก็ไม่ท้อ เพราะสิ่งที่ตั้งใจ และเป็นเป้าหมายก็ยังคงเหมือนเดิม (ในรูปแอบเห็นทีด้านหลังด้วยฟุ้ย555+)
28 มกราคม 2006 สตรีทไลฟ์ครั้งที่ 2 ที่ลานโตคิว กับค่ายสังกัตในตอนนั้น ก็ยังไม่ลืมว่า Top Secret ไปกระชากใจใครบ้าง
4 มีนาคม 2006 ได้เข้าร่วม MBK Street Dance ครั้งที่ 2 จำได้ลางๆ ว่าเหมือนจะเต้นอยู่โซนขาวนะ
และงานนั้นทำให้เราได้ภาพสวยๆ รั่วๆ(???) ออกมาเยอะอยู่เหมือนกัน และมันก็เป็นงานที่ทำให้เรามีความสุขสุดๆ เลย
(วันที่กำเนิดภาพนี้)
14 มีนาคม 2006 คนที่เป็นหัวหน้าสังกัด มีปัญหาซะเอง พวกเรา ซึบะที และน้องๆ แอซไนท์ ออกมาตั้งกันเองเป็น S.A.Y ในตอนนั้นจำได้ว่าแต่ละตัวความหมายมีอะไรบ้าง แต่ตอนนี้ ต้องขอประทานโทษจริงๆ ลืมแล่ว เหอๆๆๆ
19 มีนาคม 2006 เหมือนวันประกาศอิสรภาพ(??) ไลฟ์ครั้งที่ 3 ที่S.A.Yร่วมจัดกันเอง
ก็เป็นวันที่รั่วได้อีกเน๊อะ ABLAZE
ยังจำได้ไหม???? จำได้หรือเปล่า??? เหอๆๆๆๆ
มีวงไหนบ้าใส่ชุดนอนมาเต้นเป็นวงแรกฟ่ะ ฮื๊มมมมมมมมมมมมมมมม (วงกรูเอง อ้าวววววววววว เหอๆๆ)
หลังจากเต้นเสร็จ ก็รั่วกันต่อกับซีเอ็มโอแซ๊ค เวอร์ฯตีปอง
23 มีนาคม 2006 ด้วยความที่ว่ายังรั่วกันไม่พอ กระหน่ำความรั่วเข้าไปอีก จัดมีตติ้งของค่ายที่สวนลุมฯ ร้อนสาด
แต่ สนุกจนหายเหนื่อยจริงๆ รั่วกันไม่เกรงใจใคร ขนาดไหน ดูสภาพเอาเอง
แบ่งพาร์ท จุน-ไอบะ-นิโนะ และ โอโนะ-โช
สภาพความรั่ว....................................
ยังจำได้ไหม???? โอมิยะ รุ่นบุกเบิก ก๊ากกกกกก
จริงๆ มีภาพเยอะนะ แต่อัพไม่ไหว แล้วส่วนใหญ่ก็เป็นไฟล์คลิบวิดิโอด้วย เหอๆๆ อยากได้ หลังไมค์ เก็บไว้เป็นที่ระทึก(????)
26 มีนาคม 2006 เป็นวันที่มีรายการทางยูบีซีช่องนึงมาขอถ่ายทำ จะบอกว่าตอนไลฟ์ก่อนหน้านั้นมาพูดคุยหลังจากเต้นกันเสร็จ แต่ไม่นึกว่าวันมันจาเร็วขนาดนี้ แต่ก็เอาว่ะ ถึงคนจะน้อย แต่เราก็เอามันส์ก็แล้วกัน
และในช่วงระหว่างนี้ พวกเราได้ไปหาที่เปิดใจคุยกัน เพราะเริ่มรู้สึกว่า ต่างคนต่างไม่ชอบในบางอย่างของอีกคน แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรออกไป การแก้ปัญหาก็คือ เปิดอกคุยกันเลย พูดให้เคลียร์และเข้าใจกันทุกอย่าง เท่าที่จะเป็นไปได้ ทำให้มีอย่างนึงที่อเบลซยอมรับว่าเหมือนอาราชิก็คือ ตั้งแต่เป็นอเบลซมา เราไม่เคยทะเลาะ
กันเลยสักครั้ง
30 เมษายน 2006 เป็นวันแสดงอินดอร์ในร้านแห่งนึงที่ทองหล่อ เวทีแคบชิบ แต่เราก็สามารถเต้นกันได้เน๊อะ
ไม่ใช่แค่วงเราที่แสดง มีวงคัฟเวอร์ที่มีชื่อไปเต้นด้วย รู้สึกดีเหมือนกันที่ได้ลองในที่แบบนั้น แต่รูป ไม่มีมีแต่ไฟล์วิดิโอ เบอเ่ร่ม เหอๆๆ จะบอกว่า งานนี้เต้น 45 นาที (หรือเปล่า) ใช้เพลงทั้งหมด 9 เพลง
และเพลงใหม่ที่แกะ+ซ้อมกัน 1 เดือน ทั้งหมด 7-8 เพลงได้ 1 เดือน เกือบทุกวัน ไปสุมหัวกันอยู่ที่บ้านไอ้แก้ว เหอๆๆ ทำไปได้เน้อ 7-8 เพลงใน 1 เดือน ทำได้ไงฟ่ะ
และวันที่ได้ขึ้นเจเทรนวันแรก 1 กรกรฎาคม 2006 Japanese Fashion Street
จำได้ว่า มีเพลงนึงคือ A Day in Our Life เอาในเวอร์ชั่น MS สเปเชี่ยล Sakura Sake มาใช้ แล้วมันมีท่าเต้นก่อนจบแล้วขึ้น ซากุระ แบบว่า 27 วินาที แกะ+ซ้อมกว่าจะพร้อม 1อาทิตย์
แค่ 27 วิ ใช้เวลา 1 อาทิตย์ แม่จ้าวววววววววววววววว แต่มันเร็วเกินจริงๆ เฮ้ออออออ พยายามกันสุดๆ
15 กรกฎาคม 2006 ก็เป็นงานอินดอร์ ไม่มีรูปเช่นเคย แต่มีไฟล์วิดิโออันหย่ายยยยยยย เหอๆๆๆ เต้น 2 รอบ เหนื่อยเกินบรรยาย แต่ก็โอเค
และในตอนนั้นพวกเราเองก็ตื่นเต้นกับการมาเยือนไทยของอาราชิในวันที่ 31 กรกฎาคม ด้วยใจที่พองโต
แต่ว่าเราก็ไม่ได้ไป เพราะติดเรียน และ ไปโรงแรมแถวดอนเมือง ไม่เป็น เศร้าเลย จำได้ว่าเจ็บปวดขนาดไหน ไม่มีวันลืมเลย
16 กันยายน 2006 ออดิชั่นของงานไลอ้อน จำไม่ได้ว่าจากกี่วง แล้วคัดเอาแค่ 10 วง(ได้มั้ง?) ซึ่งก็ติด 1 ในนั้น โอ้วววววววววววววว ตอนนั้นคิดกัน ติดได้ไงฟร่ะ?
วันถัดมา 17 กันยายน 2006 ABLAZE ก็วิ่งวุ่นไปเต้นอีกงาน
J-Cover Dance Battle The Style by TOYOTA Johnny's Junior Cover Dance Battle
จำได้ไม่เคยลืมถึงคอมเม้นต์กรรมการ ทำให้รู้ว่า กรรมการคนนั้นปล่อยไก่ออกมาเต็มพื้นที่เลย
พูดมาได้ไงว่า น้ำหนักการเต้นแต่ละคนไม่เท่ากัน และเต้นไม่พร้อม
จะบอกว่า อยากเถียงนะ แต่ เงียบ คงเป็นทางที่ดีที่สุด แต่พอวันนั้นออนเน็ตเข้าไปเห็นในบล๊อกและไดอะรี่ของแต่ละคน
ที่อัพกันไว้ ต่างโวยวายในคอมเม้นกรรมการ ว่า "ถ้าอาราชิเต้นลงน้ำหนักเท่ากัน ก็ไม่ใช่อาราชิแล้ว" 55555+
ไม่รู้ว่ามีใครไปพูดให้กรรมการคนนั้นฟังหรือเปล่า แต่คิดว่าคงหน้างายไปแน่ๆ ถ้ามีคนไปบอก
ว่าแต่ อาราชิ มีใครเคยเห็นพวกเค้าเต้นพร้อมกันเป๊ะๆ ซักเพลงไหม????????? (หรือว่า เราส่องพลาด??)
24 กันยายน 2006 เป็นรอบชิงของงานโตโยต้า จะบอกว่า ออฯผ่านได้ไงฟร่ะ อีกงานแล้ว เหอๆๆๆ
แต่ว่างานนี้เจออุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด นั่นก็คือ ทางบ้านของแก้วไม่ยอมให้ออกจากบ้าน ทำให้ เราต้องรีบแก้โซน และเต้นกันแค่ 4 คน โช-โนะ-โอ-บะ แต่ว่า ถึงแม้จะมีแค่ 4 แต่ใจเราก็ไม่เคยขาด คนที่ 5 เลยสักครั้ง
ยืนฟังคอมเม้นกรรมการอย่างเต็มที่ ยกเว้นเดี๊ยน 55+
และแล้ววันที่ไม่มีใครคาดคิดอีกวันก็มาถึง
ก่อนวันที่ 6 ตุลาคม 2006 หน้านั้นไม่กี่วัน อเบลซ และ อดีตผจก.(ที่ตอนนี้โดนจัดการไปแล้ว) นั่งโซ้ยยำและของซี๊ดๆ ที่แซ่บนัว มาบุญครองกันอยู่ มีงานเข้า คอนอาราชิยกเลิก และเรื่องเพิ่งออกมาจากห้องประชุม
ทุกคนแบบว่า นิ่ง เงียบ หยิบมือถือ กดส่งข่าว หลังจากนั้น 2 นาที เสียงมือถือก็ดังแข่งกัน และเสียงเมสเสจต่างๆ นาๆ ก็กะว่าไม่ร้องไห้แล้วนะ แต่พอเพื่อนพูดถามว่า ไม่เป็นไรน่ะ ร้องทันที ยิ่งแฝด ที่รอคอยมาตั้งแต่ปี 1999 จน2006 ก็ยังไม่เคยได้ดูคอนของอาราชิ ร้อง ยิ่งทำให้สภาพจิตใจของแต่ละคนตอนนั้นย่ำแย่ไปอีก
จำได้ว่าในตอนนั้น ฟังเพลง Blue แล้ว จะร้องไห้ออกมาทันที ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยากร้องเลย
จำได้ว่าเรากอดคอกัน ร้องไห้ ถึงแม้ว่าใบหน้าเปื้อนและอาบไปด้วยน้ำตา แต่พวกเราก็ยังคอยให้กำลังใจกันและกันเสมอ
29 ตุลาคม 2006 วันแข่งรอบชิงของงานไลออนก็มาถึง ในตอนนั้นจิตใจของพวกเราก็ยังบาดเจ็บไม่หาย เรื่องคอนของอาราชิ แต่เราก็ต้องเต้น และ ประชาสัมพันธ์อาราชิกันต่อไป ถึงแม้ว่างานนี้เราจะไม่ได้ที่ 1 แต่เราก็รู้สึกดีที่เราได้ทำให้อาราชิเท่าที่พวกเราจะทำได้ แค่นี้ก็พอใจแล้ว


4 พฤศจิกายน 2006 ครั้งที่ 2 กับ เจเทรน Japanese Music Street เป็นอีกงานที่สนุกมาก

จำได้ว่าโดน"มืดดดดดดดด" ไล่ตาม 55555555555555+(อันนี้อเบลซรู้กัน เหอๆๆ)
และตอนช่วงธันวาคม2006 ก็มีเรื่องสนุกๆ เกิดขึ้นสำหรับอเบลซและบุคคลผู้ที่ถูกกระทำ เราก็ได้จัดการคนคนนั้นไป ถึงแม้จะไม่สะใจเท่าไหร่ แต่ว่า อเบลซก็ไม่ทิ้งลายปิศาจ หัวมีเขา และหาง 3 ง่ามเหมือนเดิม 555555+
3 กุมภาพันธ์ 2007 อีกครั้งกับเจเทรนครั้งที่3 J-Trend in Love เป็นงานที่เกิดเรื่องไม่คาดคิด และเรียกน้ำตาให้กับวงเราได้ไม่น้อย
เพราะงานนี้เป็นงานสุดท้ายของZazie หรือ แก้วนั่นเอง ไม่ใช่แค่คนที่ติดตามดูเราแอบช๊อค พวกเราเองก็ช๊อคเหมือนกัน
เพราะแก้วบอกขอลาออก ก่อนขึ้นเต้น 30 นาที คิดดูสิ เราต้องมาอดทน กลั้นน้ำตาไว้ก่อนขึ้นเวที เป็นการแสดง
ที่ทรมานมาก วันนั้นมีเซอร์ไพรส์ที่ไม่เซอร์ไพรส์ของเราไปเลย เหอๆๆ พอตอนออกแสดง แล้ววิ่งเข้ามาเปลี่ยนเสื้อด้านหลังสเตจ แอบเห็นก้อนเค้กที่พื้น เออ เหอๆๆๆ พอจะเดาออกแล้ว 5555+
เหมือนจะเซอร์ไพรส์คนดูมากกว่าเจ้าของวันเกิด เซอร์ไพรส์ 2 เด้งเลยด้วย เอิ๊กๆๆ
ต่อมา ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2007 เกิดเรื่องที่ทำให้อเบลซระส่ำระส่ายอีกครั้ง Ham-mu ส่งเมล์มาบอกว่า ขอลาออก เนื่องจากทางบ้าน และ เตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ในตอนนั้นก็คือ อเบลซ เหลือสมาชิกแค่ 3 คน โช-โนะ และ ไอบะ
4 สิงหาคม 2007 ครั้งที่4 กับเจเทรนTeru Teru Bozu วงเราก็ยังไม่ลดละความพยายามที่อยากประชาสัมพันธ์อาราชิ และอยากเต้น(โดยส่วนตัว)
ถึงแม้จะมีแค่ 4 คน เราก็จะเต้น อเบลซไปลาก ที ให้มาเป็น โอโนะ ซาโตชิ แทนแฮมจัง ส่วนจุน หายากจริงๆ
ในตอนนั้นก็มีการออฯ รับคนที่มาเป็นโอจังและจุนอยู่ด้วย (2 คาแรคเตอร์มหาหิน ยากชิบ) อยากจะบอกทีว่า
ขอบคุณมากๆ จ๊ะ ที่มาช่วยกัน เหอๆๆๆ ขอบคุณที่เหนื่อยจ๊า

จากนั้น อเบลซก็หายไปนานอยู่เหมือนกัน ทั้งๆ ที่ใจก็อยากเต้นอยู่เหมือนเดิม แต่ด้วยภาระหน้าที่ตามวัยมันเริ่มทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนตามไปด้วย
ในตอนนี้การที่จะจัด Street Dance กันเองอย่างแต่ก่อนนั้น แทบไม่เห็นเลย มันก็เป็นดาบ 2 คมนะ
จัดเอง เราก็ลำบาก ไหนจะเรื่องเครื่องเสียง ทำเรื่องขอใช้สถานที่ ประชาสัมพันธ์เอง เชิญวงนั้น วงนี้มาเป็นเกส
แต่ว่า พองานทุกอย่างเสร็จ จบ สิ่งที่เราได้คือ ความภูมิใจ ที่ได้ทำอะไรๆ ด้วยลำแข้งของตัวเอง บริหาร จัดการด้วยตัวเองทุกอย่าง
คงเพราะเหตุนี้ ในตอนนั้นมีหลายคนที่อยากทำคัฟเวอร์ไม่กล้าที่จะทำ 1. ไม่มั่นใจ 2. ไม่อยากลำบาก 3.ไม่มีเวลา
แต่ในสมัยนี้ สตรีทแดนซ์ แทบไม่มีให้เห็นเลย มีงานที่สนับสนุนพวกคัฟเวอร์ขึ้นมา ถามว่า มัีนไม่ดีเหรอ
ก็ไม่นะ ดีออก ที่มีคนสนับสนุนในเรื่องนี้
แต่มันก็เหมือนดาบ 2 คมอ่ะ ตอนนี้คัฟเวอร์เป็นอะไรที่เกร่อมาก มีน้อยคน ที่จะเข้าใจในความหมายของการ
Cover อย่างลึกซึ้ง จากแต่ก่อน คัฟเวอร์เป็นเหมือนชุมชนเล็กๆ หันหน้ามองไปทางไหนก็เจอคนรู้จัก ทักทายเหมือนเพื่อน เหมือนพี่น้องกัน แต่ตอนนี้ มองไปทางไหน ก็เจอแต่คนแปลกหน้า ไม่คุ้นหน้าบ้างล่ะ อืม
ตอนนี้คัฟเวอร์ไม่ใช่ชุมชนเล็กๆ แล้วหล่ะ
เห็นบางคนทำเหมือนกับว่าตัวเองเป็นดาราไปแล้วจริงๆ ทั้งๆ ที่เราเต้นท่าของคนอื่น ใช้เพลงของคนอื่นเต้น แท้ๆ ไม่ใช่เพลงของเรา ไม่ใช่ท่าของเรา เห็นแล้วมันรู้สึกแปลกๆ ไงไม่รู้
รู้สึกดีที่เมมเบอร์อเบลซไม่เคยเป็นแบบนั้นเลย
อยู่บนสเตจ เราเป็นอาราชิ แต่อยู่ข้างล่าง เราก็เป็นเรา เราไม่ใช่ดารา เราก็แค่คนที่เลียนแบบท่าเต้นของศิลปินที่เรารักก็แค่นั้น เราแค่อยากแสดงออกและเป็นเหมือนอาราชิเวลาอยู่บนเวทีให้ดีที่สุด
พอแล้ว พล่ามมายาวเกินแล้ว เหอๆๆ
แล้ววันที่อเบลซ กลับมา ก็มาถึง
19 พฤษภาคม 2008 ออดิชั่นงานนิปปอน ฟีเวอร์เฟส เป็นงานที่กลับมาตื่นเต้นอีกครั้งเพราะร้างเวทีไปนาน
ลำบากเหมือนกันนะ เรียนอยู่ที่กันตนา(สยาม)ชั้นบนสุด เลิกเรียนรีบเผ่นลงมาแต่งตัวข้างล่้าง5555+ อ๋อ งานนี้แฮมกลับมาเต้นกับอเบลซเหมือนเดิม และ ได้จุนมาด้วย Happy = Matsumoto Jun เป็นจุนที่ โย่งงงงงงงงงมว๊ากกกกกกกกกกกกกกกก (คนคนนี้ 4 คนลากมาเอง เหอๆๆๆ)
15 มิถุนายน 2008 งานนิปปอน ฟีเวอร์ เฟส ครั้งที่2 เป็นอีกงานที่อเบลซไม่เคยเสียประวัติว่า ออดิชั่นไม่ผ่าน
มีออฯที่ไหน ที่อเบลซไป แม่งผ่านมันทุกงาน หลายคนอาจมองได้หลายแบบ แต่จากที่อเบลซมองเองคือ "ผ่านได้ไงฟร่ะ" ทุกที ถึงแม้ว่าคราวนี้ก่อนขึ้นเต้น เหมือนฝนจาตก แต่พอขึ้นสเตจปุ๊บ ฝนลงมาปลอยๆ แต่พอสักพัก ไม่มีแม้กระทั่งเมฆฝน โฮ๊ะๆๆๆ สุดยอดครับ นึกว่าเต้นท่ามกลางสายฝน ไม่ใช่Walking in the Rain แล้ว ต้องเรียกว่า Dancing in the Rain 555555555555555555+
27 กรกฎาคม 2008 ออดิชั่นงานเจเฟสต้า 2008 เป็นงานที่ยอมรับว่า อเบลซค่อนข้างเครียด จากที่ไม่เคยเครียดกันทั้งวงมาก่อนเลย เพราะ ด้วยประวัติที่ออดิชั่นงานไหน ไม่เคยไม่ผ่านแล้วเห็นรายชื่อวงที่สมัครมาค่อนข้างที่จะเก่งด้วย ทำให้ในใจลึกๆ เครียดกันอยู่มากพอสมควร
แต่ว่า ในที่สุด 5555555555555555555555+ ไม่เสียประวัติโว้ยยยยยยยยยยยยยยยย เอิ๊กๆๆๆ
(ม่ะค่อยโปรโมตเลย-*-)
และแล้ว วันนั้นก็กำลังใกล้เข้ามา
งานเจเฟสต้า 2008 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 และ 31 สิงหาคมนี้
แน่นอน ABLAZE ก็ขึ้นไปเย้วๆ ด้วย แต่ว่าก็มีเรื่องที่ต้องบอกกันด้วย นั่นก็คือ
ในวันนั้น จะเป็นการเต้น+แสดง ครั้งสุดท้าย ของABLAZE

รู้สึกเสียใจเหมือนกันที่ต้องพูดแบบนี้ เพราะคัฟเวอร์อาราชิในไทย มีแค่วงเดียวแล้วในตอนนี้

แต่ด้วยภาระกิจหน้าที่ที่เปลี่ยนไปตามวัยมันไม่เข้าใครออกใคร เราจึงจำเป็น ต้องยุบ

เฮ้ออออออออออออ 2ปีแล้วซิน่ะ ที่ลำบากกันมา ขอบคุณจริงๆ ขอบคุณทั้งเมมเบอร์ ทั้งคนที่คอยติดตาม

ทั้งคนที่คอยให้กำลังใจ และที่สำคัญ คนที่อยู่เบื้องหลัง พี่ฝน ขอบคุณที่มาโบ๊ะหน้า ขย้ำหัวก่อนขึ้นเวทีเกือบทุกงานเลย ขอบคุณจริงๆ จ้า จ๊วบบบบบบบบบบบบบบบ

โฉมหน้าผู้อยู่เบื้องหลัง 5555+

และที่สำคัญ ถ้าไม่มีคนกลุ่มนี้ ก็ไม่มีABLAZE

ARASHI

We're so grateful 4 U. You are the "ONE" for us. We have no words to describe everything in our hearts. But we knew something is about we always support you. Thank You 4 Everything.

From 

 

edit @ 7 Aug 2008 19:08:58 by Nucky Zuu(T_T)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อิอิ
อ่านแล้ว

#1 By ◘ :.ryo-13.: ◘ on 2008-08-07 19:25

สุดยอดดดดดดดดด
เจเฟสต้า เจอกันแน่ๆคับ
*รักอแบลสสสสสสส

#2 By TsuKuro on 2008-08-08 09:18

อ่าน..

อ่าน..

อ่าน..มาเรื่อยๆ

ตอนที่พูดถึงเรื่องไลน์ น้ำหนักการเต้นที่กรรมการไม่เข้าใจนี่โดนใจมากค่ะ 5555+

อีกเรื่องคือ...วงการคัฟเวอร์สมัยนี้

การเข้าใจความหมายของการคัฟเวอร์แบบผิดๆ หรือไม่ก็ทำตัวเหมือนดาราไปแล้วอย่างที่คุณเก็ทพูดอ่ะค่ะ

เห็นด้วยสุดๆ เลยค่ะ

.

ไม่ได้ดู ABLAZE มาตั้งแต่งานแรก
แต่ก็ตามดูมาตั้งแต่แรกๆ
เป็นหนึ่งในไม่กี่วงที่เราชอบดูและอยากจะดูให้ได้ทุกครั้งค่ะ

ขอบคุณ ABLAZE มากๆนะคะ ที่ให้ความสุขแก่คนดูอย่างเราๆbig smile

พออ่านมาถึงบรรทัดหลังๆ..เรื่องงานเจเฟสต้า

อึ้ง~

ต่อไปนี้จะไม่มีวงคัฟเวอร์อาราชิดีๆ ให้เราดูแล้วเหรอ




ปล.
-ขอโทษที่เม้นยาวนะคะ
-รูปที่ถ่าย ABLAZE เอาไว้ค่ะ

http://i76.photobucket.com/albums/j4/yagima/My/Ablaze_nippon-fest1.jpg

http://i76.photobucket.com/albums/j4/yagima/My/Ablaze_nippon-fest2.jpg

#3 By Sa-Saa on 2008-08-08 15:38

ในฐานะที่คอยติดตามวงนี้[แบบลับๆผ่านเจ๊ฝนbig smile]
อยากบอกว่าประทับใจมากนะ ^.^

พี่อยากบอกว่า ความรู้สึกของน้อง
สามารถส่งผ่านมาหาคนที่คอยและคนที่รักABLAZEถึงในหัวใจเลยค่ะ

เจเฟสปลายเดือนนี้ ถ้ามีโอกาส
จะไปเชียร์แน่นอนค่ะ

ทุกอย่างยังไม่จบสิ้นตราบที่เรายังมีลมหายใจนะ
You are the best!
เทคแคร์จ้า ^.^

#4 By Zone on 2008-08-13 09:13

เสียใจ รู้จักช้าไป ช้าไปมากมากมากด้วย T^T

รัก Arashi ที่สุด และตลอดไป

#5 By PARNsxzer (58.11.30.18) on 2009-12-06 16:19